ข้ามไปยังเนื้อหา
ผู้บริหารเขตตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอ คุณแก้มแก้ว โล่ห์อุลกะมณีเลขที่ใบอนุญาต: 5401071617
อายุ 30 ควรมีประกันอะไรบ้าง เรียงตามลำดับความสำคัญ
ข่าวสาร

อายุ 30 ควรมีประกันอะไรบ้าง เรียงตามลำดับความสำคัญ

โดย ทีม AIA Solutions

คำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดจากคนวัยสามสิบคือ ถ้ามีงบเดือนละไม่กี่พัน ควรเริ่มจากอะไรก่อน คำตอบไม่ใช่ “ซื้อให้ครบทุกอย่าง” แต่คือเรียงตามความเสียหายที่จะเกิดขึ้นถ้าเรื่องนั้นเกิดจริง

หลักการเรียงลำดับ

เกณฑ์ที่เราใช้ไม่ใช่ “อะไรน่ากลัวที่สุด” แต่คือสองอย่างประกอบกัน คือโอกาสที่จะเกิด และความเสียหายถ้าเกิดจริง เรื่องที่มีโอกาสเกิดสูงและเสียหายหนักควรมาก่อนเสมอ

ด้วยเกณฑ์นี้ อันดับจึงมักไม่ตรงกับที่คนคิดเอง เพราะสิ่งที่คนกลัวที่สุดมักไม่ใช่สิ่งที่มีโอกาสเกิดมากที่สุด

ลำดับที่ 1 — ประกันสุขภาพ

เพราะเป็นเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดสูงที่สุดในระยะสั้น การนอนโรงพยาบาลหนึ่งครั้งจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยเฉียบพลัน สามารถล้างเงินเก็บของคนวัยสามสิบได้ทั้งก้อน

ถ้ามีสวัสดิการบริษัทอยู่แล้ว ให้ดูสองอย่าง คือวงเงินพอกับโรงพยาบาลที่คุณจะไปหรือไม่ และมันจะหายไปวันไหน เพราะวันที่คุณลาออกหรือถูกเลย์ออฟ คือวันที่คุณไม่มีความคุ้มครองทันที

ลำดับที่ 2 — ประกันชีวิตทุนพอเหมาะ

ข้อนี้มีเงื่อนไข ถ้าไม่มีใครพึ่งพารายได้ของคุณเลย และไม่มีหนี้ที่จะตกเป็นภาระคนอื่น คุณอาจข้ามไปก่อนได้

แต่ถ้ามีพ่อแม่ที่คุณส่งเงินให้ทุกเดือน มีคู่ชีวิต หรือมีหนี้บ้านที่ค้ำร่วมกัน ข้อนี้ขยับขึ้นมาสำคัญทันที ทุนประกันควรครอบคลุมหนี้ที่เหลือ บวกค่าใช้จ่ายในบ้านอีก 3–5 ปี

สำหรับวัยสามสิบที่งบจำกัด แบบคุ้มครองชั่วระยะเวลาให้ทุนสูงที่สุดต่อเบี้ยหนึ่งบาท และตรงกับช่วงที่ภาระหนักที่สุดพอดี

ลำดับที่ 3 — ประกันโรคร้ายแรง

สำคัญมาก แต่มาทีหลังได้ถ้างบยังไม่พอ เพราะประกันสุขภาพช่วยเรื่องค่ารักษาไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนนี้เข้ามาเติมเรื่องรายได้ที่หายไประหว่างพักรักษาตัว

ถ้าคุณเป็นฟรีแลนซ์หรือเจ้าของกิจการที่ไม่มีสิทธิ์ลาป่วยแบบได้รับเงินเดือน ข้อนี้ควรขยับขึ้นมาอยู่อันดับสองแทน เพราะไม่มีใครจ่ายเงินให้คุณระหว่างที่หยุดงาน

ลำดับที่ 4 — การออมระยะยาว

เมื่อความเสี่ยงหลักถูกปิดแล้ว จึงค่อยมาเรื่องสะสมทรัพย์และบำนาญ การออมก่อนปิดความเสี่ยงคือการวางเงินไว้บนพื้นที่ยังไม่มั่นคง เพราะเหตุการณ์เดียวสามารถบังคับให้คุณถอนเงินออมทั้งหมดออกมาได้

ข้อยกเว้นเดียวคือถ้านายจ้างสมทบให้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ควรใส่ให้ได้สิทธิ์สมทบเต็มก่อนเสมอ เพราะนั่นคือผลตอบแทนทันทีที่หาที่ไหนไม่ได้

แล้วเงินสำรองฉุกเฉินอยู่ตรงไหน

อยู่ก่อนทุกข้อ ก่อนแม้กระทั่งประกันสุขภาพ เงินสำรอง 3–6 เท่าของรายจ่ายต่อเดือนในบัญชีที่ถอนได้ทันที คือฐานที่ทำให้ทุกอย่างข้างบนทำงานได้

เหตุผลง่ายมาก ถ้าไม่มีเงินสำรอง วันที่รถเสียหรือตกงาน คุณจะหยุดจ่ายเบี้ยประกัน แล้วกรมธรรม์ที่อุตส่าห์ทำไว้ก็ขาดอายุไปพร้อมกัน

ตัวอย่างการจัดสรรจริง

สมมติคุณมีงบสำหรับเรื่องนี้เดือนละ 3,000 บาท ลำดับที่เราจะแนะนำคือเริ่มจากประกันสุขภาพที่วงเงินเหมาะกับโรงพยาบาลใกล้บ้าน ซึ่งมักกินงบส่วนใหญ่ไป

ส่วนที่เหลือใส่ในประกันชีวิตแบบคุ้มครองชั่วระยะเวลาที่ทุนสูงพอกับหนี้ จากนั้นเมื่อรายได้เพิ่มขึ้นในอีกสองสามปี จึงค่อยเติมประกันโรคร้ายแรงและการออมตามลำดับ

สิ่งที่ไม่ควรทำคือกระจายงบบาง ๆ ให้ครบทุกอย่างตั้งแต่แรก เพราะจะได้ความคุ้มครองที่ไม่พอใช้จริงสักอย่างเดียว

สรุป

ลำดับที่ถูกต้องขึ้นกับสถานการณ์ของแต่ละคน โดยเฉพาะเรื่องว่ามีใครพึ่งพารายได้คุณหรือไม่ และคุณมีสิทธิ์ลาป่วยแบบได้รับเงินเดือนหรือเปล่า

ถ้าอยากให้ช่วยไล่ลำดับตามสถานการณ์จริงของคุณ ทีมของเรานัดคุยให้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเราจะบอกตรง ๆ ถ้าคุณยังไม่ควรซื้ออะไรเพิ่มในตอนนี้

บทความเพิ่มเติม

3

ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน?

เล่าสถานการณ์ของคุณให้เราฟัง แล้วให้ตัวแทนช่วยจัดลำดับความสำคัญให้ ปรึกษาฟรี ไม่มีข้อผูกมัด