เอไอเอ เฮลธ์ แฮปปี้ (AIA Health Happy)
ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน เหมาะกับคนที่อยากได้ความคุ้มครองก้อนใหญ่ไว้ก่อน โดยไม่ต้องมานั่งคำนวณวงเงินย่อยทีละรายการ

เหมาะกับใคร
- คนทำงานที่มีสวัสดิการจากบริษัท แต่รู้ว่าไม่พอถ้าต้องรักษาจริงจัง
- คนที่ต้องการวงเงินเหมาจ่ายก้อนใหญ่ต่อปี แทนการแยกวงเงินรายหมวด
- ผู้ที่อยากเลือกโรงพยาบาลเอกชนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องส่วนต่าง

ปัญหาที่แผนเหมาจ่ายเข้ามาแก้
ประกันสุขภาพรุ่นเก่าส่วนใหญ่กำหนด “วงเงินย่อย” แยกเป็นหมวด เช่น ค่าห้องต่อคืนเท่าไร ค่าแพทย์ผ่าตัดเท่าไร ค่ายาเท่าไร ปัญหาคือเวลาป่วยจริง ค่าใช้จ่ายไม่ได้กระจายตามสัดส่วนที่กรมธรรม์คิดไว้ คนไข้ที่ต้องผ่าตัดใหญ่แต่นอนโรงพยาบาลไม่กี่คืน จะเต็มวงเงินค่าผ่าตัดก่อน ทั้งที่วงเงินค่าห้องยังเหลืออีกมาก
ผลคือมี “ส่วนต่าง” ที่ต้องจ่ายเอง ทั้งที่วงเงินรวมของกรมธรรม์ยังไม่ถูกใช้หมด นี่คือเหตุผลอันดับหนึ่งที่คนรู้สึกว่าประกันสุขภาพที่มีอยู่ไม่ช่วยอะไรเลยตอนที่ต้องใช้จริง
แผนแบบเหมาจ่ายตัดปัญหานี้ทิ้ง โดยรวมค่าใช้จ่ายทุกหมวดของการรักษาแบบผู้ป่วยในไว้ในวงเงินก้อนเดียวต่อปี ตราบใดที่ยังไม่เกินวงเงินรวม คุณไม่ต้องมานั่งคำนวณว่าหมวดไหนเหลือเท่าไร

ความคุ้มครองหลัก
ความคุ้มครองหลัก
ความคุ้มครองครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยใน ตั้งแต่วันที่แพทย์รับตัวไว้จนถึงการติดตามผลหลังออกจากโรงพยาบาล ตามระยะเวลาที่กรมธรรม์กำหนด
- ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) แบบเหมาจ่ายตามจริง
- ค่าห้องผู้ป่วย ค่าอาหาร และค่าบริการพยาบาล
- ค่าผ่าตัดและหัตถการ รวมถึงค่าธรรมเนียมแพทย์ผ่าตัดและวิสัญญีแพทย์
- ค่ายา เวชภัณฑ์ และค่าตรวจวินิจฉัยระหว่างการรักษา
- การรักษาต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล ตามเงื่อนไขและระยะเวลาในกรมธรรม์
- ค่ารักษาพยาบาลอุบัติเหตุฉุกเฉินแบบผู้ป่วยนอก ภายในกรอบเวลาที่กำหนด
โครงสร้างของสัญญา และเหตุใดจึงต้องมีประกันชีวิตหลัก
ในประเทศไทย ความคุ้มครองสุขภาพเป็น “สัญญาเพิ่มเติม” ที่ต้องแนบกับกรมธรรม์ประกันชีวิตเสมอ ไม่สามารถซื้อแยกเดี่ยว ๆ ได้ นี่คือข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์ ไม่ใช่เทคนิคการขายพ่วง
ในทางปฏิบัติแปลว่าเบี้ยที่คุณจ่ายจะแบ่งเป็นสองส่วน คือเบี้ยของสัญญาหลัก (ประกันชีวิต) ซึ่งมักมีมูลค่าเวนคืนสะสม กับเบี้ยของสัญญาเพิ่มเติมด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นเบี้ยแบบจ่ายทิ้งตามความเสี่ยงในแต่ละปี
เบี้ยส่วนสุขภาพจะปรับขึ้นตามช่วงอายุ เป็นเรื่องปกติของประกันสุขภาพทุกบริษัท เพราะความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามวัย ควรวางแผนตั้งแต่ต้นว่าเมื่ออายุ 60 หรือ 70 เบี้ยจะอยู่ในระดับที่คุณยังจ่ายไหวหรือไม่ ตัวแทนของเราแสดงตารางเบี้ยตลอดอายุสัญญาให้ดูได้ก่อนตัดสินใจ
เลือกวงเงินอย่างไรให้พอดี
คำถามที่ตอบยากที่สุดคือ “ควรทำวงเงินเท่าไร” คำตอบขึ้นกับสองอย่างเป็นหลัก คือโรงพยาบาลที่คุณตั้งใจจะไปใช้จริง และสวัสดิการที่มีอยู่แล้ว
วิธีที่เราแนะนำคือเริ่มจากเลือกโรงพยาบาลก่อน ไม่ใช่เลือกวงเงินก่อน ลองนึกว่าถ้าคืนนี้ต้องเข้าโรงพยาบาลฉุกเฉิน คุณจะไปที่ไหน แล้วให้ตัวแทนช่วยเทียบว่าค่ารักษาโดยประมาณของโรงพยาบาลนั้นสำหรับกรณีที่พบบ่อย เช่น ผ่าตัดไส้ติ่ง นิ่ว หรือการรักษาโรคหัวใจ อยู่ที่ระดับไหน แล้วจึงเลือกวงเงินให้ครอบคลุม
ถ้ามีสวัสดิการจากบริษัทอยู่แล้ว ทางเลือกแบบมีความรับผิดส่วนแรก (deductible) มักคุ้มที่สุด เพราะให้สวัสดิการรับส่วนแรกไป แล้วประกันส่วนตัวรับช่วงต่อเมื่อค่ารักษาเกินวงเงินนั้น วิธีนี้ลดเบี้ยลงได้อย่างมีนัยสำคัญโดยที่ความคุ้มครองปลายทางยังสูงเท่าเดิม
ข้อยกเว้นและเงื่อนไขที่ต้องอ่านก่อนเซ็น
ไม่มีประกันสุขภาพฉบับใดคุ้มครองทุกอย่าง สิ่งที่ทำให้คนผิดหวังตอนเคลมมักไม่ใช่วงเงินไม่พอ แต่เป็นการไม่รู้ข้อยกเว้นตั้งแต่แรก
- โรคที่เป็นมาก่อนทำประกัน (pre-existing) ซึ่งไม่ได้แถลงไว้ในใบคำขอ
- ระยะเวลาที่ไม่คุ้มครองในช่วงแรกของกรมธรรม์ และระยะเวลารอคอยเฉพาะสำหรับบางภาวะ
- การรักษาเพื่อความสวยงาม การลดน้ำหนัก และทันตกรรมทั่วไป
- ภาวะที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์และการคลอด ตามที่ระบุในกรมธรรม์
- การรักษาที่ยังไม่เป็นมาตรฐานทางการแพทย์หรืออยู่ระหว่างการทดลอง

การแถลงสุขภาพ คือจุดที่ห้ามพลาด
การแถลงสุขภาพ คือจุดที่ห้ามพลาด
จากประสบการณ์ของเรา สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้เคลมไม่ผ่าน ไม่ใช่เรื่องวงเงินหรือข้อยกเว้น แต่คือการแถลงประวัติสุขภาพไม่ครบตอนสมัคร
หลายคนไม่ได้ตั้งใจปกปิด แต่คิดว่าเรื่องเล็ก ๆ อย่างเคยตรวจพบค่าตับสูงเมื่อสามปีก่อน หรือเคยกินยาความดันช่วงสั้น ๆ คงไม่สำคัญ ในทางกรมธรรม์มันสำคัญมาก เพราะบริษัทมีสิทธิ์ตรวจสอบประวัติย้อนหลังเมื่อมีการเคลมก้อนใหญ่
คำแนะนำของเราตรงไปตรงมา คือแถลงให้หมดทุกอย่างที่จำได้ ถ้าผลคือถูกยกเว้นความคุ้มครองบางโรค ก็ยังดีกว่าการมีกรมธรรม์ที่ดูสวยแต่ใช้ไม่ได้จริงตอนจำเป็น
คำถามที่พบบ่อย
ซื้อวันนี้ พรุ่งนี้ป่วยเคลมได้เลยไหม
ไม่ได้ ทุกกรมธรรม์สุขภาพมีระยะเวลาที่ไม่คุ้มครองในช่วงแรก และมีระยะเวลารอคอยที่ยาวกว่านั้นสำหรับบางภาวะ เช่น เนื้องอก ไส้เลื่อน หรือต้อกระจก ยกเว้นกรณีอุบัติเหตุซึ่งมักคุ้มครองทันทีที่กรมธรรม์มีผล รายละเอียดอยู่ในกรมธรรม์และเราจะชี้ให้ดูก่อนสมัคร
มีประกันสังคมและสวัสดิการบริษัทแล้ว ยังต้องทำอีกไหม
ขึ้นกับว่าคุณอยากรักษาที่ไหน ประกันสังคมผูกกับโรงพยาบาลที่เลือกไว้ ส่วนสวัสดิการบริษัทมักมีวงเงินจำกัดและหายไปทันทีที่คุณลาออกหรือเกษียณ ซึ่งมักเป็นช่วงที่สุขภาพเริ่มไม่ดีและทำประกันใหม่ได้ยากแล้ว การมีกรมธรรม์ส่วนตัวคือการถือความคุ้มครองที่ติดตัวคุณไป ไม่ใช่ติดกับนายจ้าง
เบี้ยจะขึ้นทุกปีไหม
เบี้ยประกันสุขภาพปรับตามช่วงอายุ ไม่ได้ขึ้นทุกปีแบบอัตโนมัติ แต่จะขยับเมื่อเข้าช่วงอายุใหม่ และบริษัทอาจปรับอัตราเบี้ยของทั้งพอร์ตได้ตามที่ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับ ขอดูตารางเบี้ยตลอดสัญญาก่อนตัดสินใจเสมอ
ต้องสำรองจ่ายก่อนไหม
ถ้าเข้ารักษาในโรงพยาบาลคู่สัญญา โดยทั่วไปใช้บัตรประกันร่วมกับบัตรประชาชนได้เลย โรงพยาบาลจะเคลียร์กับบริษัทโดยตรง คุณจ่ายเฉพาะส่วนที่เกินความคุ้มครอง กรณีโรงพยาบาลนอกเครือข่ายจึงต้องสำรองจ่ายแล้วเบิกคืน
ถ้าเคยเคลมหนักไปแล้ว ปีต่อไปจะถูกยกเลิกไหม
สัญญาเพิ่มเติมสุขภาพเป็นแบบต่ออายุรายปี บริษัทมีเงื่อนไขการต่ออายุระบุไว้ในกรมธรรม์ ประเด็นนี้สำคัญพอที่จะต้องอ่านให้เข้าใจก่อนซื้อ ไม่ใช่ตอนต่ออายุปีที่สอง เรายินดีอธิบายเงื่อนไขข้อนี้ให้ชัดเจน



